วันอังคาร, 26 มกราคม 2564

ภาพยนตร์War For The Planet Of Apes

02 ธ.ค. 2020
14

นักแสดง

Andy Serkis (Caesar)

Steve Zahn (Bad Ape)

Karin Konoval (Maurice)

Terry Notary (Rocket)

Ty Olsson (Red (Donkey))

Michael Adamthwaite (Luca)

กำกับการแสดง

Matt Revees

ภาพยนตร์ War For The Planet Of Apesเป็นภาพยนตร์แนว Action adventure สงครามการกลับมาต่อสู้เพื่อการดำรงเผ่าพันธุ์ของเหล่าวานร ไตรภาคของหนังเจ้าวานร ไตรภาค Rise of the Planet of the Apes: กำเนิดพิภพวานร  (2011), Dawn of the Planet of the Apes: รุ่งอรุณแห่งอาณาจักรพิภพวานร (2014), และล่าสุด War for the Planet of the Apes: มหาสงครามพิภพวานร (2017) 

ถ้าคนได้ดูมาตั้งต้นกำเนิด อาจคาดไม่ถึงว่าไปๆมาภาพยนตร์นี้จะสามารถมีภาคต่อเนื่องได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ดีถ้ามีโอกาศได้ย้อนดูภาพยนต์ภาคก่อนหน้านี้สักหน่อย  ก็อยากให้ดู Rise (2011) กับ Dawn (2014) มาก่อนจะได้รู้จักตัวละครและเรื่องเล่าของเหล่าวานรพวกนี้

การดำเนินในภาคนี้เริ่มต้นเริ่มจาก Caesar รับบทAndy Serkis ต้องพาครอบครัวและฝูงเหล้าวานรย้ายถิ่นที่อยู่เพื่อหลบหนีให้ห่างไกลจากพวกมนุษย์ให้มากที่สุด โดยเฉพาะพวกทหารที่ต้องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์วานร เพราะเกรงกลัวที่ณ ขณะนี้พวกวานร มีความพัฒนาทั้งทางด้านวัฒธรรม ความคิดและการใช้ อาวุธ เนื้อเรื่องเกี่ยวข้องกับCaesar ที่ต้องตามล่าล้างแค้น  Colonel McCullough ผู้ผันทหารที่ไร้ความปรานี

War for the Planet of the Apes ไม่ได้มีฉากactionหรือฉากการต่อสู้มันดุดันมากมายอะไร จึงทำให้ความคาดหวังจะเห็นฉากรบสนุกๆก็ผิดหวังตามกันไป แต่ผู้ชมทั่วไปสามารถมั่นใจได้เลยว่า War for the Planet of the Apes ถ่ายทำภาพได้สวย งาน CG สมจริง  และ motion capture ตัวละครมีเหตุผล แต่อาจดูเนื้อเรื่องงงๆนิดๆ อาจต้องดูถึง2รอบเพื่อทำความเข้าใจ และเก็บรายละเอียดของหนัง เพราะภาคนี้มีบทพูดที่ค่อนข้างมาก เหมือนหนังจะมีความdramaนิดๆด้วยซ้ำ หลัก ๆ หนังเน้นสะท้อน “ด้านมืดของมนุษย์” เวลาที่ถูกครอบงำโดย “ความเกลียดชัง ความโกรธแค้น และความหวาดกลัว” โดยการแสดงออกดังกล่าวมักออกมาในรูปแบบของความรุนแรง… Planet of the Apes ภาคอาจทำให้หลายๆคนที่เป็นแฟนหนังไตรภาคยาวแบบนี้ผิดหวัง แต่ก็อย่างที่บอกอยากให้เน้นเก็บดีเทลต่างๆของเรื่องต่างๆมากกว่า เรื่องราวหลังจากสงครามระหว่างมนุษย์และวานรที่ทิ้งให้เกิดบาดแผลในจิตใจของ ‘ซีซาร์’ ที่สูญเสียเหล่าพี่น้องและคนรักไปกับความเลือดเย็นของสงครามนี้ แม้จะขึ้นชื่อว่า War แต่ตัวหนังเองก็ไม่ได้พูดถึง War ในแบบที่หลายคนน่าจะคาดหวัง ฉากฉากสงครามนั้นน้อยนิด และไม่ยิ่งใหญ่มากมาย แต่ก็ใช่ว่าน้อยจนแทบไม่มี คำว่า ‘สงคราม’ ของมัน เล่าถึงประเด็นที่เรียกว่าเป็น สิ่งต่างๆที่พังทลายเหลือแต่เศษซาก ‘ซีซาร์’ ในภาคนี้ ไม่เหมือนทุกภาคที่ทุกคนเคยเห็นมาแน่นอน ครั้งนี้ซีซาร์ที่เริ่มชราภาพ แต่มีความนิ่ง  และมีความคิดที่รอบคอบ ฉลาดเฉลียวในการตัดสินใจ โดยภาคนี้ บอกถึงความเป็นผู้นำที่ก่อตั้งฝูง ของซีซ่าร์ได้อย่างเต็มที่ เห็นได้จากซีนยืดหัวรับกระบอกปืนให้ยิงตัวเอง มันทำให้ดูว่าการเป็นผู้นำที่กล้าตัดสินใจ โชว์ความกล้าหาญให้บรรดาเหล่าวานรรุ่นหลังได้เห็น ทำให้รู้สึกไดัถึงได้เลยว่าจะเป็นวานรตัวไหนก็ไม่สามารถเทีบนซีซาร์ได้ บทที่ดี ยังส่งผลถึงตัวละครอื่นๆ ทุกๆตัวละครของหนัง ไม่มีตัวไหนรู้สึกโดดเด่นไปกว่าใคร เริ่มจาก Apes ซึ่งไม่เพียงแต่มีวานรที่เคยเห็นกันมาในภาคก่อนๆ ภาคนี้มีตัวละครใหม่อย่างลิงชิมแปนซีชื่อว่า Bad Apesรับบทโดย Stอยู่ ก็เรียกรอยยิ้มไปถึงเสียงฮาๆได้พอสมควร จากสิ่งที่ผู้ชม ได้ดูมาตั้งแต่ต้น ถึงจุดนี้หลายคนอาจจะเริ่มคิดว่า มนุษย์นี้เองทีเป็นคนทำลาย ทุกอย่างๆ ล่าสัตว์ ทำลายธรรมชาติ เพื่อตัวเองล้วนๆ ถ้ามีสิ่งมีชีวิตอื่นๆที่คิดจะลุกขึ้นมาสู้ ก็ต้องเกิดการทำลาย 

ภาพยนตร์ For The Planet Of Apes พอดูจบก็บอกได้ครับ มีความผิดหวังในฉากactionที่คิดไว้ก่อนว่าต้องมีฉากรบแบบอลังการ แต่มีให้เห็นแค่นิดหน่อย แต่เนื้อเรื่องก็ไม่ได้น่าเบื่อมากจนถึงกับทำให้ต้องเลิกดู เพราะภาพสวย ยังไงก็ขอเป็นกำลังใจให้เหล่าapesนี้ อยู่ดำรงสืบพันธุ์ต่อไป

เนื้อเรื่อง 7/10

ความสนุก7/10

Special effect 8/10

ดูหนัง https://nungs.io/z/403