วันอังคาร, 26 มกราคม 2564

ภาพยนตร์ Fury

02 ธ.ค. 2020
12

นักแสดง

-Brad Pitt( First Sergeant Don )

-Shia LaBeouf(Technician fifth grade )

-Logan Lerman( Private first class Norman)

-Michael Peña (Corporal Trini )

กำกับการแสดง

-David Ayer

ภาพยนตร์ Fury เป็นภาพยนตร์ที่อ้างอิงจากสถานการณ์จริงที่เคยเกิดขึ้นในช่วงสงครามที่2 ตอนปลายในปี 1945 ที่ทางสหรัฐกำลังได้เปรียบในทางทหารเยอรมัน ฮิตเลอร์ก็เริ่มหมดกำลังทหาร ทัพรถถัง Fury นี้ที่มีอยู่ 5 คนมี WarDaddy ( Brad Pitt ) Bible ( Shia LaBeouf ) Gordo ( Michael Pena ) Grady ( Jon Bernthal ) และทหารเด็กใหม่ Norman ( Logan Lerman ) ทั้งห้าคนในทีมนี้ เป็นผู้สร้างปรากฎการณ์ทีมรถถังเหล็กแนวหน้ทที่ขึ้นชื่อว่าแข็งแกร่งที่สุดในสหรัฐอเมริกา เนื้อเรื่องที่ทำออกมาได้น่าติดตามอาจไม่มีฉากสู้รบต่อเนื่อง แต่ก็แสดงให้เห็นถึงการเสียสละของผู้ผ่านศึกมาโชกโชนก็อยากมีมุมสงบและมีเชื่อในสันติ รวมทั้งมีสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจเหมือนกันคือพระผู้เป็นเจ้า เลยทำให้หนังเรื่องนี้ไม่ใช่หนังสงครามแนวห่ามๆรบแบบบ้าคลั่ง แต่กลับเป็นหนังสงครามที่แฝงไปด้วย ที่มีฉากอ่อนโยน และการสูญเสียที่เหมือนเป็นมากกว่าการสูญเสียโดยทั่วไป นักแสดงแต่ล่ะคนถ้าได้เห็นชื่อนักแสดงและเป็นคอหนังก็การันตีได้เลยว่าแสดงได้ถึงบทบกันทุกคน นักแสดงตัวหลักหรือแม้แต่ตัวรองมีบทที่มีความหมายความสำคัญไปคนล่ะแบบ  เพลงประกอบภาพยนตร์Fury เช่น April1945, The war is not over เน้นโทนสงครามและคำพูดเป็นหลัก เลยไม่ค่อยจะมีเพลงประกอบที่โดนใจเท่าไร ส่วนด้านการถ่ายทำ สื่อออกมาได้ดี สามารถแสดงให้ผู้ชมแปลได้ว่าต้องการให้เห็นถึงอะไร ที่เกี่ยวกับสงคราม ไม่ว่า ผู้คนล้มตาย การสูญเสีย ความโหดร้าย รวมไปถึงความรู้สึกต่างๆ และถึงแม้ฉากต่างๆในหนังเกือบ100% จะเป็นฉากในสนามรบ แต่ก็ไม่ได้ดูหนักแบบเครียดตลอดทั้งเรื่อง เนื้อหาในตอนแรก หนังค่อนไปทางดราม่า โดยเฉพาะช่วงที่พูดเกี่ยวกับพระเยซู  ส่วนของฉากสมรภูมิรบนั้น ทำออกมาได้ดี สนุก และลุ้นระทึกได้ดีเลย หนังไม่ได้ให้ความสำคัญไปที่ฉากยิง เผากระท่อม หรือระเบิดจนหูดับ หากแต่สื่อถึงการเอาชีวิตรอด ของมนุษย์ ในสถานการณ์บังคับ  และ การดำรงชีพในรถถัง เปรียบรถถังคือบ้าน ที่คน5คนเป็นเหมือนครอบครัว

การตั้งชื่อเล่นให้รถถังFulyก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราสัมผัสได้ว่าทหารมีความผูกพัน Fury เป็นชื่อเล่นของรถถังคันแรกของเหล่าทหาร ส่วนฉากเด็ดๆของหนังคือ มีฉากการปะทะกันจะๆ ระหว่างรถถัง Sherman ของอเมริกา กับรถถัง Tiger ของเยอรมัน ซึ่งทั้งคู่เป็นรถถังในตำนานและมีอยู่จริงในสงครามโลก เหมือนการเปรียบเทียบว่ารถเหล็กใครแน่กว่ากัน ทั้งในด้านเทคโนโลยีและสติปัญญาของเหล่าทหารอเมริกันและทหารเยอรมัน อาวุธที่ร้ายกาจที่สุดในสงคราม ไม่ใช่ขนาดของรถถัง แต่เป็นขนาดสมองของหัวหน้าคนสั่งการ

ส่วนฉากดึงอารมณ์ ที่ค่อนข้างตกข้ามกับสงคราม คือตัวละครNormanรับบทโดยLogan Norman  เป็นเด็กหนุ่ม อยู่ในศีลธรรม ที่ไม่มีประสบการณ์การรบ เคยทำงานแต่เป็นเสมียนนั่งโต๊ะ แต่ต้องมาอยู่ในสนามรบ Norman เป็นตัวละครที่เป็นตัวแทนของคนที่ดูไร้เดียงสงคราม รวมถึงตัวละครที่ฝ่ายเยอรมันจับเด็กๆ ผู้หญิงมาสู้รบ สงครามนี้ไม่ใช่สงครามของ NORMAN ไม่ใช่สงครามของเด็กๆ ไม่ใช่สงครามของคนบริสุทธิ์ แต่เมื่อพอมาเจอโลกแห่งความจริง ความโหดร้ายของสงคราม ทุกคนต้องดิ้นรนเอาตัวรอด เพื่อให้ตัวเองและคนในทีมไม่ถูกฆ่าตาย การเห็นคนถูกฆ่าต่อหน้าต่อตา การถูกบังคับให้ฆ่าคนที่ไม่มีทางสู้ การเห็นคนฆ่าคนกันเอง จึงทำให้ความคิดแบบไร้เดียงสาค่อยๆ เปลี่ยนไป

สรุปโดยรวมแล้ว ฟิวรี่เป็นอีกหนังสงครามคนชอบแนวประวัติศาสตร์ที่ไม่ควรพลาด มันเป็นหนังที่สมจริง สะเทือนอารมณ์จนไปถึงฉากสุดท้ายของหนังและแสดงให้เห็นถึงการสูญเสีย ตอนจบจึงอาจจะทำให้ใครหลายๆ คนค่อนข้างรู้สึกหดหู่กับชะตากรรมของตัวละคร แต่ก็ทำให้เราเห็นถึงความมน่ากลัวของสงคราม แต่ก็มีความมีน้ำใจในสงครามที่มีให้ฝ่ายตรงข้าม ซึ่งหนังแนวสงครามไม่ค่อยจะให้ความรู้สึงแบบนี้

ความสนุก 9/10

เนื้อเรื่อง9/10

Special Effect 7/10

ดูหนัง https://nungs.io/z/184